PDPA for Digital Health
สรุปเนื้อหาการบรรยายเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ในบริบทสถานพยาบาลและสุขภาพดิจิทัล เรียงตามลำดับสไลด์ ตั้งแต่ภัยด้าน privacy ในโรงพยาบาล หลัก security กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฐานทางกฎหมาย ความยินยอม หน้าที่ของ controller/processor/DPO สิทธิของเจ้าของข้อมูล ข้อหารือของ สคส. ไปจนถึง Do's & Don'ts และ scenario สำหรับทำกลุ่ม
เนื้อหาเป็นความเห็นทางวิชาการส่วนบุคคล ไม่ใช่ความเห็นทางการของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กคส.) หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และไม่ผูกพันการทำหน้าที่ของวิทยากรในบทบาทใดในปัจจุบันหรืออนาคต
1. ภัย Privacy กับโรงพยาบาล (กรณีตัวอย่าง)
ผู้บรรยายเปิดด้วยกรณีจริงเพื่อชี้ว่าการละเมิดความเป็นส่วนตัวในโรงพยาบาลมักเกิดจาก "คนใน" ที่มีสิทธิเข้าถึงระบบ แต่เข้าไปดูโดยไม่มีความจำเป็นตามหน้าที่
Hospital staffers suspended over Clooney (2007)
George Clooney บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ รักษาที่ Palisades Medical Center (North Bergen, N.J.) มีรายงานว่าบุคลากรราว 40 คน รวมแพทย์ ถูกพักงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะถูกกล่าวหาว่าแอบดูเวชระเบียนและอาจให้ข้อมูลแก่สื่อ ซึ่งผิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง (USA Today)
(Lack of) Privacy on Paper
ซื้อกล้วยทอด 1 ดอลลาร์ ได้ถุงกระดาษที่ทำจากสำเนาบัตรประชาชนและเบอร์โทรของคนอื่น ("personal security, Thai style") แสดงว่าเอกสารกระดาษก็รั่วไหลได้
Public Figure's Privacy
ผู้บรรยายโพสต์ขอให้บุคลากรรามาธิบดีงดอัปเดตหรือแชร์ข่าวอาการของดาราที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกอาการหนักโดยเด็ดขาด (ในฐานะกรรมการสอบสวนกรณีละเมิด privacy ผู้ป่วย) และชี้แจงต่อว่าภาพที่แชร์ใน social media ถ่ายก่อนผู้ป่วยมาถึงรามาธิบดี ไม่ใช่ setting ของรามาธิบดี
เรื่องเล่าจากชาวพันทิป
เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินผู้ป่วยใน รพ. เจอเทรนเนอร์ฟิตเนสที่รู้จักมาโรงพยาบาล "ด้วยความเผือก" จึงเข้าระบบลงทะเบียนดูประวัติการรักษาด้วย HN และพบว่าได้รับยาต้านไวรัส (HIV) แล้วมาตั้งกระทู้ถามว่าควรบอกเพื่อนหรือไม่ เป็นตัวอย่างการละเมิดที่ชัดเจน
2. Security & Privacy และหลัก CIA
สไลด์ใช้ภาพบ้าน (A. S. Bradford House) เปรียบเทียบ: security คือการกันคนนอกไม่ให้บุกรุก (กุญแจ รั้ว) ส่วน privacy คือการที่เจ้าของบ้านเลือกเองว่าจะให้ใครเห็นอะไร (เช่น ผ้าม่าน)
| แนวคิด | นิยาม (Wikipedia ตามสไลด์) | ความหมายโดยสรุป |
|---|---|---|
| Privacy (ความเป็นส่วนตัว) | "The ability of an individual or group to seclude themselves or information about themselves and thereby reveal themselves selectively." | ความสามารถของบุคคลในการปกปิดตนเองหรือข้อมูลเกี่ยวกับตน และเลือกเปิดเผยได้เอง |
| Information Security (ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ) | "Protecting information and information systems from unauthorized access, use, disclosure, disruption, modification, perusal, inspection, recording or destruction." | การปกป้องข้อมูลและระบบจากการเข้าถึง ใช้ เปิดเผย รบกวน แก้ไข ตรวจดู บันทึก หรือทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต |
หลักการสำคัญของ Information Security (CIA)
Confidentiality
การรักษาความลับของข้อมูล
Integrity
การรักษาความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูล ปราศจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ทำให้สูญหาย ทำให้เสียหาย หรือถูกทำลายโดยมิชอบ
Availability
การรักษาสภาพพร้อมใช้งาน
3. หลักการประมวลผลข้อมูล (GDPR Art. 5) และ TDPG 3.0
แหล่งอ้างอิงแนวปฏิบัติ: Thailand Data Protection Guidelines 3.0 (TDPG 3.0) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Final Version 3.0, ธันวาคม 2563) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://www.law.chula.ac.th/wp-content/uploads/2020/12/TDPG3.0-C5-20201208.pdf
สไลด์ 11–12 ยก Art. 5 GDPR: Principles relating to processing of personal data ซึ่งเป็นหลักสากลที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดของ PDPA:
| ข้อ | หลักการ | สาระ |
|---|---|---|
| (a) | Lawfulness, fairness and transparency | ประมวลผลโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใสต่อเจ้าของข้อมูล |
| (b) | Purpose limitation | เก็บเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุชัด ชอบธรรม และไม่นำไปประมวลผลต่อในทางที่ขัดกับวัตถุประสงค์เดิม (การเก็บเพื่อจดหมายเหตุสาธารณะ วิจัย หรือสถิติ ตาม Art. 89(1) ไม่ถือว่าขัด) |
| (c) | Data minimisation | เพียงพอ เกี่ยวข้อง และจำกัดเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ |
| (d) | Accuracy | ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเมื่อจำเป็น ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต้องลบหรือแก้ไขโดยไม่ชักช้า |
| (e) | Storage limitation | เก็บในรูปที่ระบุตัวได้ไม่นานเกินจำเป็น (ยกเว้นเพื่อจดหมายเหตุ วิจัย สถิติ โดยมีมาตรการที่เหมาะสม) |
| (f) | Integrity and confidentiality | มีความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ป้องกันการประมวลผลที่ไม่ได้รับอนุญาต และการสูญหาย ทำลาย หรือเสียหายโดยอุบัติเหตุ ด้วยมาตรการทางเทคนิคหรือเชิงองค์กร |
| Art. 5(2) | Accountability | Controller ต้องรับผิดชอบและพิสูจน์ได้ว่าปฏิบัติตามหลักข้างต้น |
4. โครงสร้าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
หมวด 1
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมวด 2 ★
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนที่ 1 บททั่วไป
ส่วนที่ 2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วนที่ 3 การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หมวด 3 ★
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หมวด 4
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมวด 5
การร้องเรียน
หมวด 6
ความรับผิดทางแพ่ง
หมวด 7
บทกำหนดโทษ
ส่วนที่ 1 โทษอาญา
ส่วนที่ 2 โทษทางปกครอง
บทเฉพาะกาล
★ ในสไลด์ หมวด 2 และ หมวด 3 ถูกตีกรอบเน้นว่าเป็นส่วนที่ผู้ปฏิบัติงานต้องรู้มากที่สุด
สไลด์ระบุเพียงว่า PDPA มีความรับผิดทางแพ่ง (หมวด 6) โทษอาญา และโทษทางปกครอง (หมวด 7) และมีประกาศ กคส. เรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2568 (ดูหัวข้อ 19) ไม่ได้ลงรายละเอียดอัตราโทษของ PDPA ส่วนโทษที่ระบุตัวเลขในสไลด์คือ ป.อาญา ม.323 (ดูหัวข้อ 7)
5. Class Exercise ชุดแรก: ต้องขอความยินยอมหรือไม่
โจทย์: ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
กรณี Sensitive Personal Data (สไลด์ 14–15)
- รพ. เก็บประวัติผู้ป่วยเพื่อการติดตาม follow-up
- รพ. เก็บประวัติผู้ป่วยไว้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย
- รพ. เปิดเผยประวัติผู้ป่วยให้พนักงานสอบสวน
- รพ. เปิดเผยประวัติผู้ป่วยให้แพทยสภา ในกระบวนการพิจารณาหรือสอบสวนทางจริยธรรมวิชาชีพ
- รพ. ส่งข้อมูลผู้ป่วยไปเบิกจ่ายจาก สปสช./ปกส./กบก.
- รพ. รายงาน case ผู้ป่วย Monkeypox ให้กับกรมควบคุมโรค
- รพ. เปิดเผยประวัติผู้ป่วยให้บริษัทประกันภัย
- รพ. มหาวิทยาลัย เปิดเผยประวัติผู้ป่วยให้ กทม. นำไปใช้ในการบริหารจัดการระบบการแพทย์และ population health ในพื้นที่ กทม.
- กทม. นำข้อมูลจาก รพ. ในพื้นที่ กทม. ไปใช้ในการบริหารจัดการระบบการแพทย์และ population health
- รพ. นำประวัติผู้ป่วยไปเป็น case study สำหรับสอน นศพ.
- แพทย์ของ รพ. นำข้อมูล/ภาพผู้ป่วย (ระบุตัวบุคคลได้) ไปโพสต์ใน social media
กรณี Non-Sensitive Personal Data (สไลด์ 16)
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเก็บรวบรวมข้อมูลของนักศึกษาหลักสูตร Digital Health เพื่อใช้ติดต่อประสานงานในหลักสูตร
- จุฬาฯ เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้สมัครหลักสูตร Digital Health เพื่อใช้พิจารณารับ/ไม่รับเข้าศึกษา
- จุฬาฯ นำข้อมูลของนักศึกษา รุ่นที่ 2 ไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนประชาสัมพันธ์ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ในอนาคต
- จุฬาฯ เก็บรวบรวมข้อมูลของนักศึกษา รุ่นที่ 2 ไว้เพื่อการอ้างอิงและตรวจสอบ ในกรณีที่มีผู้สอบถามว่า นาย ก. จบหลักสูตรจริง และปริญญา/transcript ที่ได้รับเป็นของจริงหรือไม่
สไลด์ไม่ได้ให้เฉลยไว้ แบบฝึกหัดชุดเดียวกันถูกถามซ้ำภายหลังในรูป "ใช้ฐานทางกฎหมายใด" (สไลด์ 40, 50–51) หลังจากสอนฐานตาม ม.24 และ ม.26 แล้ว ใช้หัวข้อ 9–11 เป็นกรอบในการวิเคราะห์เอง
6. หลักความยินยอม (Consent) เบื้องต้น และ Guidance
สไลด์ 17–20 แสดงตัวบท ม.19 และ ม.20 (รายละเอียดในหัวข้อ 11) แล้วสรุปเป็นหลักการดังนี้
สรุปหลักการเรื่อง Consent ตาม PDPA (สไลด์ 21)
- ต้องขอความยินยอม หากไม่เข้า "ฐานทางกฎหมาย (lawful basis)" อื่น
- ชัดแจ้ง (มีการแสดงเจตนาที่ชัดเจน หรือ Clear Affirmative Act) เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจทำได้
- แจ้งวัตถุประสงค์ แยกส่วน เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิด
- ความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม (Consent must be "freely given" and not "bundled" unless relevant and necessary)
- การถอนความยินยอม (Consent withdrawal) ต้องง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม และต้องแจ้งผลกระทบ
- กรณีผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ มีเงื่อนไขพิเศษ
แนวทางการดำเนินการ (Guidance) ที่เกี่ยวข้อง
- แนวทางการดำเนินการในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (พ.ศ. 2565)
- แนวทางการดำเนินการในการแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
https://www.pdpc.or.th/category/document/guideline/
7. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 1: PDPA ไม่ยกเลิกกฎหมายอื่น
PDPA ไม่ได้มา "ยกเลิก" กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เพียงแต่กำหนดหลักการเพิ่มเติม เงื่อนไขและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ และสิทธิที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมี
กฎหมาย/ข้อบังคับเดิมด้านความลับข้อมูลสุขภาพที่ยังใช้อยู่ควบคู่กัน:
| กฎหมาย | สาระสำคัญตามสไลด์ |
|---|---|
| พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ม.7 | ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือกฎหมายอื่นเพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่ใช่ของตนไม่ได้ |
| ประมวลกฎหมายอาญา ม.323 | ผู้ใดล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ โดยเหตุที่ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คนจำหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้พยาบาล ... หรือโดยเหตุที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบอาชีพนั้น แล้วเปิดเผยความลับนั้นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ — ผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวที่เปิดเผยความลับที่ล่วงรู้จากการศึกษาอบรม ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน (นักศึกษาแพทย์/พยาบาลก็อยู่ในข่าย) |
| พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ม.15 | หลัก "เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น" — หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลบางลักษณะ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น (5) รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร (6) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย |
| ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 ข้อ 17 | ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้มาจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมอันอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตหรือบุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเมื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ |
| ข้อบังคับคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะ ข้อ 22 | ผู้ประกอบโรคศิลปะต้องไม่เปิดเผยความลับของผู้ป่วยซึ่งตนทราบมาเนื่องจากการประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ด้วยความยินยอมของผู้ป่วยหรือเมื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ (วิชาชีพสุขภาพอื่น ๆ มีข้อบังคับในทำนองเดียวกัน) |
| พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ม.18 | ข้อมูลจากการเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค หรือการแจ้ง/รายงานตาม พ.ร.บ.นี้ ที่พาดพิงถึงตัวบุคคลทั้งที่ระบุตัวได้หรือไม่ได้ จะต้องเก็บเป็นความลับและประมวลผลโดยไม่เปิดเผยชื่อ และต้องเหมาะสมและตรงกับวัตถุประสงค์ในการป้องกันและควบคุมโรค — เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออาจเปิดเผยข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการรักษา การป้องกัน การควบคุมโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้รับคำยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด |
| พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ม.15 (2) | (หมวด 2 สิทธิผู้ป่วย) ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและการบำบัดรักษาไว้เป็นความลับ เว้นแต่มีกฎหมายบัญญัติให้เปิดเผยได้ (ข้ออื่นใน ม.15: (1) ได้รับการบำบัดรักษาตามมาตรฐานโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (3) ได้รับการคุ้มครองจากการวิจัยตาม ม.20 (4) ได้รับการคุ้มครองในระบบประกันสุขภาพ ประกันสังคม และระบบอื่นของรัฐอย่างเสมอภาค) |
| พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ม.16 | ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยในประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ป่วย เว้นแต่ (1) ในกรณีที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยหรือผู้อื่น (2) เพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน (3) มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย |
8. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 2–5: ข้อยกเว้น การประมวลผล ประเภทข้อมูล ใครเป็นใคร
ข้อ 2 ข้อยกเว้นการบังคับใช้ PDPA (ม.4)
- การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น
- การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
- การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้เฉพาะเพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรม อันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพหรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น
- การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลในการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการ
- การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
- การดำเนินการของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิก
ข้อ 3 PDPA วางหลักการทั่วไปของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย
- เก็บรวบรวม (Collection)
- ใช้ (Use)
- เปิดเผย (Disclosure)
ประมวลผล (Processing) = เก็บรวบรวม + ใช้ + เปิดเผย (+ จัดเก็บ/เก็บบันทึก/เก็บรักษา + วิเคราะห์ + แสดงผล + ทำรายงาน + แก้ไข + ลบ/ทำลาย ฯลฯ)
ข้อ 4 ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)
คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ แบ่งเป็น 2 ประเภท
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
General / Non-Sensitive Personal Data เช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ e-mail ข้อมูลทางการเงิน (ตาม infographic สคส.)
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว/ละเอียดอ่อน
Sensitive Personal Data (ม.26) ได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ · ความคิดเห็นทางการเมือง · ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา · พฤติกรรมทางเพศ · ประวัติอาชญากรรม · ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ · ข้อมูลสหภาพแรงงาน · ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ · หรือข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
"ข้อมูลชีวภาพ" ตาม PDPA คือ Biometric Data (คำที่ถูกคือ ข้อมูลชีวมาตร/ชีวมิติ) ใน พ.ร.บ. ใช้คำผิด แต่คำอธิบายใน ม.26 วรรคสองทำให้เข้าใจได้ว่าหมายถึง Biometric Data
ข้อ 5 ใครเป็นใคร ใน PDPA
| บทบาท | ลักษณะ |
|---|---|
| Data Subject (เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล) | บุคคลที่ข้อมูลนั้นระบุถึง เช่น ผู้ป่วย |
| Controller (ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) | บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ (purposes) และวิธีการ (means) ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ในกิจการของตน |
| Processor (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) | บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ตามคำสั่งหรือในนามของ Controller |
ต่อมาในสไลด์ยังมีบทบาทที่สี่คือ DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ตาม ม.41–42 (หัวข้อ 15)
9. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 6: Data Minimization และฐานทางกฎหมาย (ม.24)
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องทำ "เท่าที่จำเป็น" (Data Minimization)
- การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกินความจำเป็น เป็นความเสี่ยงของทั้ง controller และ data subject
- แต่ไม่ได้แปลว่าถ้าจำเป็นแล้วจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยไม่ได้
- "จำเป็น" → มี "ฐานทางกฎหมาย" (lawful basis) 1 ใน 7 ฐาน ซึ่งไม่ใช่ว่าต้องขอความยินยอมก่อนเสมอไป ความยินยอมเป็นเพียงฐานเดียวจากทั้งหมด 7 ฐาน แต่ละฐานมีเงื่อนไขและสถานการณ์ที่ควรนำมาใช้แตกต่างกัน
ฐานทางกฎหมายสำหรับข้อมูลที่ไม่ใช่ Sensitive (ม.24)
| # | ฐาน | สาระตาม ม.24 |
|---|---|---|
| 1 | Archiving, Research or Statistics | (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด |
| 2 | Vital Interest | (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล |
| 3 | Contractual Performance | (3) จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญานั้น |
| 4 | Public Task | (4) จำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูล |
| 5 | Legitimate Interest | (5) จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือของบุคคล/นิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล |
| 6 | Legal Obligation | (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล |
| 7 | Consent | ได้รับความยินยอม (ม.24 วรรคแรก: ห้ามเก็บโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่ เข้า (1)–(6)) |
ข้อหารือ สคส.: Non-Sensitive Data Disclosure for Public Task
ข้อหารือที่ 27/2566 เรื่อง สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร หารือการขอข้อมูลผู้ใช้น้ำของการประปานครหลวง เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย — ใช้เป็นตัวอย่างการเปิดเผยข้อมูลทั่วไปตามฐาน Public Task
https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/02/PDPC-consultation-27.pdf
Class Exercise: ใช้ฐานทางกฎหมายใด (Non-Sensitive) (สไลด์ 40)
โจทย์ 4 ข้อเดียวกับหัวข้อ 5 (ข้อมูลนักศึกษา/ผู้สมัครหลักสูตร Digital Health จุฬาฯ) แต่เปลี่ยนเป็น รุ่นที่ 1 และถามว่าใช้ฐานใดตาม ม.24
10. ฐานทางกฎหมายสำหรับ Sensitive Personal Data (ม.26)
ข้อมูลสุขภาพเป็น sensitive data จึงต้องใช้ ม.26 ซึ่งเข้มกว่า ม.24: ห้ามเก็บรวบรวมโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นต่อไปนี้
| ม.26 | ชื่อฐาน (infographic สคส.) | สาระ |
|---|---|---|
| (1) | Vital Interest | เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล ซึ่งเจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม |
| (2) | Social Protection & Non-Profit | การดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลออกไปภายนอกองค์กรนั้น |
| (3) | Manifestly Made Public | เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล |
| (4) | Legal Claims | จำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (for establishment, exercise or defence of legal claims) |
| (5) | Legal Obligations | จำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก)–(จ) ด้านล่าง |
ม.26 (5) แยกตามวัตถุประสงค์
(ก) Preventive or Occupational Medicine
เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ — ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อมูลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพ/วิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่รักษาความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์
(ข) Public Health
ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล โดยเฉพาะการรักษาความลับตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
(ค) Health or Social Care Systems
การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของ controller หรือเจ้าของข้อมูล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
(ง) Archiving, Scientific or Historical Research
การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(จ) Substantial Public Interest
ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
Vital Interest ใน ม.26(1) มีเงื่อนไขเพิ่มว่า "เจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้" และ ม.26 ไม่มีฐาน Contract, Public Task หรือ Legitimate Interest แบบทั่วไปเหมือน ม.24 — ต้องเข้าข้อ (1)–(5) เท่านั้น มิฉะนั้นต้องขอ Explicit Consent
Class Exercise: ใช้ฐานทางกฎหมายใด (Sensitive) (สไลด์ 50–51)
โจทย์ข้อ 1–10 เดียวกับหัวข้อ 5 (follow-up, หลักฐานทางกฎหมาย, พนักงานสอบสวน, แพทยสภา, เบิกจ่าย สปสช./ปกส./กบก., รายงาน Monkeypox, บริษัทประกัน, ส่งข้อมูลให้ กทม., กทม. ใช้ข้อมูล, case study สอน นศพ.) ให้ระบุฐานตาม ม.26
11. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 7: Consent เป็นทางเลือกสุดท้าย / ม.19–20
ใน PDPA เราไม่ใช้ "ความยินยอม" เป็น "เหตุผลแรก" (ฐานแรก) แต่จะพิจารณาก่อนว่ามีฐานทางกฎหมายอื่นที่เข้าได้หรือไม่ หากไม่มี จึงค่อยใช้ฐานความยินยอม
- เหตุผล ฐานความยินยอมใช้เมื่อเจ้าของข้อมูลมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ (ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยเงื่อนไขอื่นอยู่ก่อน) และ PDPA วางหลักเรื่อง consent ที่มีเงื่อนไขค่อนข้างเยอะ เพื่อรองรับหลักความเป็นอิสระในการตัดสินใจ
- หมายเหตุ การไม่ใช้ฐานความยินยอมใน PDPA หมายถึงเฉพาะเรื่องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่รวมการขอความยินยอมอื่น ๆ เช่น รพ./แพทย์ขอ consent ลงทะเบียนผู้ป่วย/เข้ารักษา/admit/ทำหัตถการ หรือการทำวิจัย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์จริยธรรมในเรื่องนั้น ๆ และนโยบายขององค์กร
ความยินยอม (มาตรา 19)
- Controller จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยไม่ได้ หากเจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่ พ.ร.บ.นี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้
- การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจทำได้
- ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ไปด้วย และการขอความยินยอมต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่หลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ (คณะกรรมการอาจประกาศแบบและข้อความได้)
- Controller ต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูล ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขให้ยินยอมเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับสัญญา/บริการนั้น
- เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยต้องถอนได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล — การถอนไม่กระทบการประมวลผลที่ได้ทำไปแล้วโดยชอบ
- ถ้าการถอนส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล controller ต้องแจ้งผลกระทบให้ทราบ
- การขอความยินยอมที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนด ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูล และไม่ทำให้ controller ประมวลผลได้
ความยินยอมในกรณีเฉพาะ (มาตรา 20)
| เจ้าของข้อมูลเป็น | ต้องขอความยินยอมจาก |
|---|---|
| ผู้เยาว์ (ยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะเสมือนผู้บรรลุนิติภาวะตาม ม.27 ป.พ.พ.) — กรณีที่ไม่ใช่การที่ผู้เยาว์ให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตาม ม.22, 23, 24 ป.พ.พ. | ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย |
| ผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบปี | ขอจากผู้ใช้อำนาจปกครอง |
| คนไร้ความสามารถ | ขอจากผู้อนุบาล |
| คนเสมือนไร้ความสามารถ | ขอจากผู้พิทักษ์ |
หลักนี้ใช้กับการถอนความยินยอม การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ การใช้สิทธิ การร้องเรียน และการอื่นใดด้วย
ป.พ.พ. ที่อ้างถึง (สไลด์ 57 "ความยินยอมของผู้เยาว์"):
- ม.22 ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น หากเป็นเพียงเพื่อจะได้ไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่ง หรือเป็นการเพื่อให้หลุดพ้นจากหน้าที่อันใดอันหนึ่ง
- ม.23 ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว
- ม.24 ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร
12. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 8: Privacy Notice และ Purpose Limitation
เมื่อมีเหตุผลความจำเป็น (ฐานทางกฎหมาย) แล้ว controller ต้อง
- แจ้ง Privacy Notice แก่เจ้าของข้อมูล ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูล
- ใช้ตามวัตถุประสงค์เท่าที่ได้แจ้งไป (ไม่พูดอย่าง ทำอย่าง)
- ถ้าจะเอาข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น ต้องวนลูปกลับไปวิเคราะห์ฐานทางกฎหมาย และแจ้ง Privacy Notice ใหม่
สิ่งที่ต้องแจ้ง (infographic สคส., ม.22–23)
เก็บได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย และต้องแจ้งรายละเอียดก่อนหรือขณะเก็บ ได้แก่
- วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม
- กรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะเก็บรวบรวม และระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
- ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลอาจถูกเปิดเผย
- ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ
- สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
13. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 9: หน้าที่ของ Controller
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล controller มีหน้าที่ (สไลด์ 60–61)
Security
จัดให้มีมาตรการ security ที่เหมาะสม ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนด
Data Retention
ลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็นในการเก็บ (Data Retention Policy)
Breach Notification
แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลให้ สคส. หรือ data subject ทราบ
ROPA
จัดทำบันทึกรายการ (Record of Processing Activities) ไว้ให้ตรวจสอบ
International Transfer
พิจารณาเงื่อนไขการส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศให้สอดคล้องกับ PDPA
DPO
แต่งตั้ง DPO หากเข้าหลักเกณฑ์ (เช่น process sensitive data หรือประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก)
DPA
ทำสัญญา/ข้อตกลง (Data Processing Agreement) เป็นคำสั่งที่กำหนดเงื่อนไขการเก็บ ใช้ เปิดเผยของ processor ที่ประมวลผลตามคำสั่งหรือในนามของ controller
มาตรา 37 หน้าที่ของ Controller (บางส่วน)
- (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ต้องทบทวนเมื่อจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน และให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ controller ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
- (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้อง/เกินความจำเป็น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ หรือเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บไว้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อวัตถุประสงค์ตาม ม.24(1) หรือ (4) หรือ ม.26(5)(ก) หรือ (ข) เพื่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (นำ ม.33 วรรคห้ามาใช้โดยอนุโลม)
- (4) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล — ในกรณีมีความเสี่ยงสูง ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- (5) กรณีเป็น controller ตาม ม.5 วรรคสอง (อยู่นอกราชอาณาจักร) ต้องแต่งตั้งตัวแทนในราชอาณาจักรเป็นหนังสือ
แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (ยกเว้นไม่มีความเสี่ยง) และถ้าความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาด้วย
14. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (ขั้นต่ำ)
อ้างอิง ประกาศ กคส. เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 (ราชกิจจานุเบกษา 20 มิ.ย. 2565) ซึ่งนิยาม "ความมั่นคงปลอดภัย" ว่าคือการธำรงไว้ซึ่ง confidentiality, integrity และ availability ของข้อมูลส่วนบุคคล สาระของ ข้อ 4 ที่ผู้บรรยายเน้น:
| ข้อ 4 | สาระ | หลักการที่เน้น |
|---|---|---|
| (1) | ครอบคลุมการเก็บ ใช้ เปิดเผย ไม่ว่าข้อมูลอยู่ในรูปเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใด | รวมกระดาษด้วย |
| (2) | ต้องประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (organizational) และเชิงเทคนิค (technical) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (physical) โดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุละเมิด | Risk-Based Approach |
| (3) | คำนึงถึงการระบุความเสี่ยงที่สำคัญต่อทรัพย์สินสารสนเทศ การป้องกัน การตรวจสอบและเฝ้าระวัง การเผชิญเหตุ และการรักษาและฟื้นฟูความเสียหาย | Identify–Protect–Detect–Respond–Recover |
| (4) | คำนึงถึงความสามารถในการธำรงไว้ซึ่ง confidentiality, integrity, availability ตามระดับความเสี่ยง | CIA |
| (5) | กรณีอิเล็กทรอนิกส์ ต้องครอบคลุมส่วนประกอบของระบบ เช่น อุปกรณ์จัดเก็บ servers, clients, อุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบเครือข่าย ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน โดยคำนึงถึงหลักการป้องกันเชิงลึกที่ควรประกอบด้วยมาตรการป้องกันหลายชั้น (multiple layers of security controls) | Defense in Depth |
| (6)(ก) | การควบคุมการเข้าถึง (access control) ที่มีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (identity proofing and authentication) และการอนุญาต/กำหนดสิทธิ (authorization) โดยคำนึงถึงหลัก need-to-know basis ตามหลักการให้สิทธิน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น | Need-to-Know & Least Privilege |
| (6)(ข) | การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (user access management) เช่น user registration and de-registration, user access provisioning, management of privileged access rights, management of secret authentication information, review of user access rights, removal or adjustment of access rights | |
| (6)(ค) | กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (user responsibilities) เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ รวมถึงการกระทำนอกเหนือบทบาทหน้าที่ การลักลอบทำสำเนา และการลักขโมยอุปกรณ์ | |
| (6)(ง) | จัดให้มีวิธีการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือลบ (audit trails) | จับ "คนเผือก" ได้ |
| (7) | สร้างเสริมความตระหนักรู้ (privacy and security awareness) และแจ้งนโยบาย แนวปฏิบัติ มาตรการให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ใช้งานทราบและถือปฏิบัติ | People |
- ข้อ 5 ต้องทบทวนมาตรการเมื่อจำเป็นหรือเทคโนโลยีเปลี่ยน และเมื่อมีเหตุละเมิด ให้ถือว่าจำเป็นต้องทบทวน (เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยง)
- ข้อ 6 ข้อตกลงระหว่าง controller กับ processor ให้กำหนดให้ processor มีมาตรการที่เหมาะสม และแจ้ง controller เมื่อเกิดเหตุละเมิด ตามมาตรฐานขั้นต่ำข้อ 4
- ข้อ 7 ถ้ามีกฎหมายอื่นกำหนดมาตรการไว้ ให้ทำตามกฎหมายนั้น แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำในประกาศนี้
Balanced Approach to Information Security & Management: ความมั่นคงปลอดภัยต้องสมดุลทั้งสามด้าน ไม่ใช่พึ่งเทคโนโลยีอย่างเดียว
15. Breach Notification, ROPA, Processor, DPA และ DPO
ข้อหารือ สคส.: Data Breach Notification
ข้อหารือที่ 17/2567 เรื่อง บริษัท X ขอหารือแนวทางการตีความกฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2024/11/PDPC-consultation-46.pdf
มาตรา 39 บันทึกรายการ (ROPA) ของ Controller
เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและสำนักงานตรวจสอบได้ บันทึกเป็นหนังสือหรืออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ อย่างน้อยต้องมี
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
- วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมแต่ละประเภท
- ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูล
- ระยะเวลาการเก็บรักษา
- สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงและเงื่อนไขในการเข้าถึง
- การใช้หรือเปิดเผยตาม ม.27 วรรคสาม
- การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตาม ม.30 วรรคสาม ม.31 วรรคสาม ม.32 วรรคสาม และ ม.36 วรรคหนึ่ง
- คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตาม ม.37(1)
มาตรา 40 หน้าที่ของ Processor (บางส่วน)
- (1) ดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับจาก controller เท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือ PDPA
- (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม รวมทั้งแจ้ง controller ทราบถึงเหตุการละเมิดที่เกิดขึ้น
- (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
Processor ที่ไม่ปฏิบัติตาม (1) — คือทำนอกคำสั่ง — ให้ถือว่าเป็น controller สำหรับการประมวลผลนั้น
ม.40 วรรคท้าย: controller ต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันเพื่อควบคุมการดำเนินงานของ processor ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. (= DPA) และความใน (3) อาจยกเว้นสำหรับ processor ที่เป็นกิจการขนาดเล็กตามที่คณะกรรมการประกาศ เว้นแต่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพ หรือไม่ใช่การประมวลผลเป็นครั้งคราว หรือประมวลผลข้อมูลตาม ม.26
Data Processing Agreement (DPA)
เนื้อหาที่ต้องมี
- ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ เปิดเผย (เช่น วัตถุประสงค์/ขอบเขต วิธีการ)
- มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย อย่างน้อยตามมาตรฐานขั้นต่ำในประกาศ กคส.
- หน้าที่ในการแจ้งเหตุการละเมิดมายัง controller
เนื้อหาที่อาจมีเพิ่มเติม
- กำหนดบทบาทแต่ละฝ่าย (controller/processor) ในแต่ละกิจกรรมให้ชัด
- สิทธิ หน้าที่ เงื่อนไข ความรับผิดชอบ และความรับผิดทางกฎหมายของแต่ละฝ่าย รวมทั้งหน้าที่อื่นตาม PDPA (เช่น ROPA)
- การดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล
- เงื่อนไขการลบ/ทำลาย/ทำให้ไม่สามารถระบุตัวได้ และ/หรือการส่งคืนข้อมูล
- อื่น ๆ
มาตรา 41 กรณีต้องมี DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
- (1) controller หรือ processor เป็นหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- (2) กิจกรรมต้องตรวจสอบข้อมูลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุที่มีข้อมูลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
- (3) กิจกรรมหลักเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามม.26 (sensitive data) — โรงพยาบาลเข้าข่ายข้อนี้
มาตรา 42 หน้าที่ของ DPO
- (1) ให้คำแนะนำแก่ controller/processor รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.
- (2) ตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ เปิดเผย ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.
- (3) ประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานในกรณีมีปัญหา
- (4) รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้หรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
สรุป: Data Controller Responsibilities (สไลด์ 81)
- Security
- Preventing Unauthorized Processing
- Data Retention
- Breach Notification
- Record of Processing Activities (ROPA)
- International Data Transfer
- Secondary Data Collection
- Data Processing Agreement (DPA)
- Data Protection Officer (DPO)
(infographic สคส. ม.37 ยังระบุ "แต่งตั้งตัวแทนภายในราชอาณาจักร" ด้วย)
16. ประเด็นแลกเปลี่ยน: ส่งข้อมูลผู้ป่วยทาง LINE
คำถาม: การส่งข้อมูลผู้ป่วยทางแอปพลิเคชัน เช่น LINE ผิด PDPA หรือไม่ และทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับ PDPA — ประเด็นที่ต้องพิจารณา:
Purpose Need to be Identifiable Data? Consent vs. No Consent? Security Balancing Risks Need to Know, Data Minimization & Purpose Limitation Data Processing Agreement? ROPA Breach Notification
LINE เสี่ยงต่อการละเมิด Privacy ผู้ป่วยอย่างไร
- ข้อความใน LINE group มีคนเห็นหลายคน
- ถูก capture หรือ forward ไป share ต่อได้
- ข้อมูล cache ใน mobile device อาจถูกอ่านได้ (ทำอุปกรณ์หาย หรือเผลอวางไว้)
- ข้อมูลที่ส่งผ่าน network อาจไม่ได้เข้ารหัส
- บริษัท LINE เข้าถึงได้ และอาจถูก hack ได้
- มีคนเดา password ได้
- ส่งผิดกลุ่ม
ทางออกสำหรับการ Consult Case ผู้ป่วย
- ใช้ช่องทางอื่นที่ไม่มีการเก็บ record ข้อมูล หากทำได้ ยกเว้นจำเป็น
- ปกปิดชื่อ, HN, เลขที่เตียง หรือข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (รวมทั้งในภาพ image) หากไม่มีความจำเป็น (เช่น เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้)
- แต่กรณีที่จำเป็น เช่น consult case หรือสั่งการรักษา ให้ระบุตัวตนผู้ป่วยเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด
- Limit คนที่เข้าถึง (เช่น ไม่คุยเรื่อง case ผ่าน LINE group แต่คุยส่วนตัวเท่านั้น)
- ใช้อย่างปลอดภัย (ไม่แชร์ต่อแก่ผู้ไม่เกี่ยวข้อง, password, ดูแลอุปกรณ์ไว้กับตัว, ตรวจสอบ malware ฯลฯ)
17. เรื่องที่ควรทราบ ข้อ 10: สิทธิของเจ้าของข้อมูล
Controller ต้องจัดให้มีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ (infographic สคส. อ้าง ม.23 และ ม.30–35)
| สิทธิ | ภาษาไทย |
|---|---|
| Right to Be Informed (Privacy Notice) | สิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบ |
| Right of Access | สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล |
| Right to Data Portability | สิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล |
| Right to Object | สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย |
| Right to be Forgotten (Right to Erasure) | สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ |
| Right to Restrict Processing | สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล |
| Right of Rectification | สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล |
Right to be Forgotten (มาตรา 33)
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ controller ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวได้ ในกรณี
- (1) ข้อมูลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์
- (2) เจ้าของข้อมูลถอนความยินยอม และ controller ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะประมวลผลต่อไป
- (3) เจ้าของข้อมูลคัดค้านตาม ม.32(1) และ controller ไม่อาจปฏิเสธตาม ม.32(1)(ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตาม ม.32(2)
- (4) ข้อมูลถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ไม่ใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อวัตถุประสงค์ตาม ม.24(1) หรือ (4) หรือ ม.26(5)(ก) หรือ (ข) เพื่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย — ด้วยเหตุนี้คำขอลบเวชระเบียนจึงมักขัดกับข้อยกเว้นเหล่านี้ (ดูข้อหารือ 18/2567)
วรรคต่อมา: ถ้า controller ทำให้ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วถูกขอให้ลบ controller ต้องรับผิดชอบดำเนินการทั้งทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่าย และแจ้ง controller อื่นเพื่อให้ดำเนินการตามคำขอ — ถ้า controller ไม่ดำเนินการ เจ้าของข้อมูลร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ — คณะกรรมการอาจประกาศหลักเกณฑ์การลบ/ทำลาย/ทำให้ไม่สามารถระบุตัวได้
18. ข้อหารือของ สคส. ด้านสุขภาพ
สคส. เผยแพร่ข้อหารือตามกฎหมาย PDPA และคู่มือ "แนวปฏิบัติสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล — กรณีศึกษาจากข้อหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562"
https://www.pdpc.or.th/consultation/
| ข้อหารือ | หัวข้อ | ประเด็น |
|---|---|---|
| 27/2566 | สำนักการระบายน้ำ กทม. ขอข้อมูลผู้ใช้น้ำของการประปานครหลวง เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย | Non-sensitive data disclosure for Public Task |
| 17/2567 | บริษัท X ขอหารือแนวทางตีความการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล | Data Breach Notification |
| 18/2567 | คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอหารือการขอลบประวัติการรักษาในโรงพยาบาล | Right to Erasure of Medical Records |
| 8/2568 | สำนักการแพทย์ กทม. การรวบรวมและประมวลผลข้อมูลสุขภาพของสถานพยาบาลในพื้นที่ กทม. | Health Data Collection for Public Health & Population Health |
| 7/2568 | มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช การส่งข้อมูลผลการตรวจสุขภาพตามนโยบายตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน | Health Data Disclosure for Public Health & Population Health |
| 2/2569 | กรมสุขภาพจิต การแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้อื่น และสาธารณชน | Health Data Disclosure for Public Health & Population Health |
PDF: PDPC-consultation-27.pdf (2024/02) · PDPC-consultation-46.pdf และ -47.pdf (2024/11) · consultation-59.pdf และ -60.pdf (2025/12) · consultation-65.pdf (2026/02) ภายใต้ https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/
สไลด์แสดงเพียงชื่อเรื่องและลิงก์ ไม่ได้สรุปคำตอบของข้อหารือ ควรอ่านฉบับเต็มเอง ข้อหารือ 8/2568 และ 7/2568 สอดคล้องกับ class exercise ข้อ 8–9 (ข้อมูลให้ กทม. / population health)
19. กฎหมายลำดับรองตาม PDPA ที่ประกาศแล้ว
| กฎหมายลำดับรอง | ประกาศ / มีผลใช้บังคับ |
|---|---|
| ประกาศ กคส. เรื่อง การยกเว้นการบันทึกรายการของ controller ซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2567 | (ฉบับเดิม ยกเลิกแล้ว: ประกาศ 20 มิ.ย. 2565 มีผลวันถัดไป) ฉบับปัจจุบัน: ประกาศ 8 ม.ค. 2568 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการ (ROPA) สำหรับ processor พ.ศ. 2565 | ประกาศ 20 มิ.ย. 2565 มีผลเมื่อพ้น 180 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง การยกเว้นการจัดทำ ROPA ของ processor ซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็ก พ.ศ. 2567 | ประกาศ 8 ม.ค. 2568 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ controller พ.ศ. 2565 | ประกาศ 20 มิ.ย. 2565 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาออกคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2568 (ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2565 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567) | ฉบับที่ 1: 20 มิ.ย. 2565 · ฉบับที่ 2: 8 พ.ค. 2567 (ยกเลิกแล้วทั้งคู่) · ฉบับปัจจุบัน: ประกาศ 23 เม.ย. 2568 มีผลวันถัดไป |
| ระเบียบ กคส. ว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 | ประกาศ 11 ก.ค. 2565 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม วาระ การพ้นจากตำแหน่ง และการดำเนินงานอื่นของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2565 | ประกาศ 11 ก.ค. 2565 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พ.ศ. 2565 | ประกาศ 12 ก.ย. 2565 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง กำหนดแบบบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พ.ศ. 2565 | ประกาศ 12 ก.ย. 2565 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 | ประกาศ 15 ธ.ค. 2565 มีผลตั้งแต่วันประกาศ |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญฯ พ.ศ. 2566 | ประกาศ 21 มิ.ย. 2566 มีผลวันถัดไป |
| ประกาศ กคส. เรื่อง controller และ processor ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มี DPO | ฉบับที่ 1 (2566): ประกาศ 18 ก.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน · ฉบับที่ 2 (2568): ประกาศ 9 ต.ค. 2568 มีผลเมื่อพ้น 60 วัน |
| พรฎ.กำหนดลักษณะ กิจการ หรือหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ให้นำ PDPA บางส่วนมาใช้บังคับ พ.ศ. 2566 | ประกาศ 17 ส.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 150 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง การจัดให้มี DPO ตาม ม.41(2) พ.ศ. 2566 | ประกาศ 14 ก.ย. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ controller ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ให้นำ PDPA มาใช้บังคับ พ.ศ. 2566 | ประกาศ 8 ธ.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง มาตรการปกป้องที่เหมาะสมฯ สำหรับการเก็บรวบรวมเพื่อการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ พ.ศ. 2566 | ประกาศ 8 ธ.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลที่ส่งหรือโอนไปต่างประเทศตาม ม.28 พ.ศ. 2566 | ประกาศ 25 ธ.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลที่ส่งหรือโอนไปต่างประเทศตาม ม.29 พ.ศ. 2566 | ประกาศ 25 ธ.ค. 2566 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง มาตรการที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติตาม ม.24(1) และการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่นตาม ม.26(5)(ง) พ.ศ. 2566 | ประกาศ 8 ม.ค. 2567 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์มาตรการคุ้มครองสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติอาชญากรรมที่มิได้กระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ศ. 2566 | ประกาศ 8 ม.ค. 2567 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พ.ศ. 2567 | ประกาศ 13 ส.ค. 2567 มีผลเมื่อพ้น 90 วัน (11 พ.ย. 2567) |
| ประกาศ กคส. เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาข้อมูล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม พ.ศ. 2569 | ประกาศ 16 ก.ค. 2569 มีผลเมื่อพ้น 60 วัน (15 ก.ย. 2569) |
20. Do's & Don'ts ของ PDPA สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
| Do's | Don'ts |
|---|---|
| คิดถึงความจำเป็นก่อนเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย | เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง |
| หากไม่ต้องระบุตัวตนด้วยชื่อ HN หรือสิ่งอื่นได้ ก็จะลดความเสี่ยงและไม่ต้องทำตาม PDPA (แต่ระวังความเสี่ยงด้านอื่น เช่น misidentification) | เข้าใจผิดว่าข้อมูลที่ไม่มีชื่อ มีเพียง HN หรือ ID บางอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถทำอะไรกับมันก็ได้ |
| เก็บรักษาข้อมูลที่อยู่ในความดูแลให้ปลอดภัย และลบทิ้งเมื่อหมดความจำเป็นต้องใช้ | เก็บข้อมูลใน USB drive หรือ media ต่าง ๆ ไว้เรี่ยราด ไม่ใส่ใจ เมื่ออุปกรณ์สูญหายหรือข้อมูลรั่วก็ส่งผลกระทบ |
| หากผู้ป่วยขอสำเนา ขอแก้ไข ขอคัดค้าน หรือขอลบข้อมูล ให้ผู้ป่วยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนกเวชระเบียน หรือสำนักงานฝ่ายบริหารของ รพ. | เมื่อผู้ป่วยขอใช้สิทธิตาม PDPA ก็ปฏิเสธไปในทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายให้รอบคอบ |
| ในกรณีที่จำเป็น เปิดเผยข้อมูลให้หน่วยงานภายนอกตามปกติ เพียงแต่ตรวจสอบความจำเป็นและดูแลให้รัดกุม | อ้าง PDPA ในการไม่เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต้องเปิดเผย (เช่น ให้กองทุนประกันสุขภาพ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย) |
| ขอ consent เฉพาะกรณีที่พิจารณาแล้วไม่เข้าฐานทางกฎหมายอื่น ๆ และถ้าต้องขอ ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม ม.19 | ขอ consent ในการเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลของผู้ป่วยทุกสิ่งอย่าง ทำให้มีปัญหาเมื่อผู้ป่วยขอถอน consent หรือขอลบข้อมูล · บังคับ/mislead ผู้ป่วยให้ consent |
| เมื่อทราบว่าข้อมูลรั่วหรือมี data breach ให้รีบแจ้งผู้รับผิดชอบในองค์กร เพื่อแก้ไขได้ทันการณ์ (ไม่เช่นนั้นอาจมีโทษ) | ข้อมูลรั่ว เราอยู่เงียบ ๆ ยิ่งคนอื่นไม่รู้ยิ่งดี องค์กรจะเสียหายหรือมีโทษจากการไม่แจ้งก็ไม่สน |
| สื่อสารข้อมูลผู้ป่วยผ่าน LINE ก็ทำได้ แค่ดูแลให้รัดกุม เปิดเผยเท่าที่จำเป็น (need-to-know) และปฏิบัติตามนโยบายขององค์กร | ส่งข้อมูลผู้ป่วยเข้ากลุ่ม LINE ที่มีคนอื่นที่ไม่จำเป็นต้องรู้อยู่เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร |
| เวลามี Celeb หรือ Public Figure มารักษา ก็ปฏิบัติเหมือนผู้ป่วยทุกคน รักษาความลับ เข้าถึงข้อมูลเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่เปิดเผยให้คนที่ไม่จำเป็นต้องทราบ | เมื่อทราบว่ามี Celeb มารักษา ขอ "เผือก" เข้าไปดูข้อมูลด้วย และต้องเป็นคนแรก ๆ ที่รายงานข่าวให้เพื่อนทราบ |
21. Group Exercise และ Scenario A–C
ให้แต่ละกลุ่มอภิปรายตาม scenario ที่ได้รับ (make assumptions ได้ถ้ารายละเอียดไม่พอ) โดยตอบ:
- ใครเป็นใคร ใน PDPA
- ต้องใช้ Consent หรือไม่ และใช้ฐาน Lawful Basis ใด
- แต่ละฝ่ายมีการบ้าน/หน้าที่ที่สำคัญตาม PDPA อย่างไรบ้างโดยสังเขป (focus เฉพาะส่วนสำคัญได้)
- ประเด็นอื่นใดที่จะอภิปรายหรือตั้งข้อสังเกต
Scenario A — เปลี่ยน PACS & RIS
รพ. A เปลี่ยนระบบ PACS & RIS จาก vendor เดิม (บริษัท X) เป็นบริษัท Y ต้อง migrate ข้อมูลผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเรียกดูประวัติย้อนหลัง โดยบริษัท Y ใช้ cloud service ของบริษัท GWS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ cloud ระดับโลก ตั้งอยู่ในต่างประเทศ
Scenario B — ClaimsAll
บริษัท B รับข้อมูล claims เรียกเก็บค่ารักษาจากสถานพยาบาล ไป (1) วิเคราะห์ ตรวจความถูกต้องครบถ้วนและความเหมาะสมของ claims data และ diagnosis coding (2) แก้ไข/แนะนำการแก้ไขตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่าย (3) เป็นตัวกลางส่งต่อข้อมูลให้บริษัทประกันภัยหรือกองทุนประกันสุขภาพของรัฐ (4) ให้บริการ Data Warehouse & BI Dashboard ให้สถานพยาบาลวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาการเบิกจ่าย
Scenario C — AI models
รพ. C, D และ F ในเครือข่าย YHosNet ต้องการนำข้อมูลผู้ป่วยไปให้บริษัท N train AI models ช่วยแนะนำแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจการรักษา โดย AI models เป็น intellectual property ของบริษัท N เมื่อใช้งานจริงจะ implement ในระบบ HIS ของบริษัท P ซึ่งต้องส่งข้อมูลผู้ป่วยจาก HIS ของบริษัท P ไปยัง AI platform ของบริษัท N (ไม่ใช่ local processing)
ไล่ checklist: ระบุ controller/processor ในแต่ละกิจกรรม → ข้อมูลเป็น sensitive (ม.26) หรือไม่ → หาฐานอื่นก่อน consent → DPA ระหว่าง controller กับ processor → มาตรการ security ขั้นต่ำ → ROPA → การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ (ม.28/29) → breach notification → การใช้ข้อมูลในวัตถุประสงค์ใหม่ต้องวนกลับไปหาฐานและแจ้ง Privacy Notice ใหม่ → processor ที่ทำนอกคำสั่งถือเป็น controller
22. สรุปประเด็นสำคัญ
- Privacy ≠ Security: privacy คือสิทธิเลือกเปิดเผยข้อมูลของตน ส่วน security (CIA) คือเครื่องมือปกป้องข้อมูล ภัยใน รพ. มักมาจากคนในที่ "เผือก" ดูข้อมูลโดยไม่จำเป็น
- PDPA ไม่ยกเลิกกฎหมายเดิม — พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ม.7, ป.อาญา ม.323, พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ม.15, ข้อบังคับแพทยสภา ข้อ 17, พ.ร.บ.โรคติดต่อ ม.18, พ.ร.บ.สุขภาพจิต ม.15–16 ยังใช้ควบคู่
- ข้อมูลส่วนบุคคล = ระบุตัวได้ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม (HN ก็ใช่) ไม่รวมผู้ถึงแก่กรรม ข้อมูลสุขภาพเป็น sensitive (ม.26)
- Controller ตัดสินใจ purposes & means · Processor ทำตามคำสั่ง (ทำนอกคำสั่ง = กลายเป็น controller) · DPO จำเป็นเมื่อเป็นหน่วยงานรัฐ ข้อมูลจำนวนมาก หรือกิจกรรมหลักเป็นข้อมูล ม.26
- หลักคือเท่าที่จำเป็น และต้องมี lawful basis — ม.24 มี 7 ฐาน ส่วน ม.26 ต้อง explicit consent เว้นแต่เข้า (1)–(5) โดยงานบริการสุขภาพส่วนใหญ่อยู่ใน ม.26(5)(ก)–(จ)
- Consent เป็นทางเลือกสุดท้าย ต้องชัดแจ้ง แยกส่วน แจ้งวัตถุประสงค์ freely given ไม่ bundled ถอนได้ง่าย (ม.19) ผู้เยาว์/ไร้ความสามารถ/เสมือนไร้ความสามารถมีกติกาพิเศษ (ม.20) และไม่ใช่ consent เดียวกับ consent รักษา/หัตถการ/วิจัย
- แจ้ง Privacy Notice ก่อนหรือขณะเก็บ ใช้ตามที่แจ้ง ถ้าเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องหาฐานใหม่และแจ้งใหม่
- หน้าที่ controller (ม.37, 39): security ตามมาตรฐานขั้นต่ำ (risk-based, defense in depth, need-to-know/least privilege, audit trails, awareness) · ลบเมื่อหมดความจำเป็น · แจ้ง breach ต่อ สคส. ภายใน 72 ชม. (แจ้งเจ้าของข้อมูลด้วยถ้าความเสี่ยงสูง) · ROPA · DPA · โอนข้อมูลต่างประเทศ
- สิทธิเจ้าของข้อมูล 7 ประการ Right to be forgotten มีข้อยกเว้น (เช่น ม.26(5)(ก)(ข), legal claims, ปฏิบัติตามกฎหมาย) จึงไม่ใช่ว่าลบเวชระเบียนได้เสมอ
- LINE ใช้ได้ถ้ารัดกุม: need-to-know, ปกปิดตัวตนถ้าไม่จำเป็น แต่ระบุตัวตนเมื่อจำเป็นต่อความปลอดภัยผู้ป่วย และอย่าอ้าง PDPA เพื่อปฏิเสธการเปิดเผยที่กฎหมายกำหนด
23. แบบทดสอบทบทวนตนเอง
1. CIA ใน Information Security ย่อมาจากอะไร และแต่ละตัวหมายถึงอะไร
Confidentiality = รักษาความลับ · Integrity = รักษาความครบถ้วนและถูกต้อง ไม่ถูกแก้ไข/ทำลายโดยมิชอบ · Availability = รักษาสภาพพร้อมใช้งาน
2. ข้อมูลที่มีเพียง HN ไม่มีชื่อ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
ถือเป็น เพราะข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ระบุตัวได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม การเข้าใจผิดว่ามีแค่ HN แล้วทำอะไรก็ได้ เป็น Don't ที่สไลด์ยกไว้
3. ข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมได้รับความคุ้มครองตาม PDPA หรือไม่
ไม่ นิยามข้อมูลส่วนบุคคลไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ (แต่กฎหมายอื่น เช่น ข้อบังคับแพทยสภา ข้อ 17 ยังคุ้มครองข้อมูล "ผู้เสียชีวิต")
4. Controller กับ Processor ต่างกันอย่างไร และ processor ที่ทำนอกคำสั่งจะเป็นอย่างไร
Controller มีอำนาจตัดสินใจเรื่องวัตถุประสงค์และวิธีการ processor ทำตามคำสั่งหรือในนามของ controller ถ้า processor ไม่ทำตาม ม.40(1) ให้ถือว่าเป็น controller สำหรับการประมวลผลนั้น
5. ฐานทางกฎหมายตาม ม.24 มีอะไรบ้าง
Archiving/Research/Statistics, Vital Interest, Contract, Public Task, Legitimate Interest, Legal Obligation และ Consent รวม 7 ฐาน
6. Vital Interest ใน ม.26(1) ต่างจาก ม.24(2) อย่างไร
ม.26(1) มีเงื่อนไขเพิ่มว่าเจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
7. ม.26(5)(ก) มีเงื่อนไขอะไรเมื่อไม่ใช่การปฏิบัติตามกฎหมาย
เมื่อข้อมูลอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่รักษาความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์
8. ทำไม consent จึงเป็น "last resort"
เพราะ consent ใช้ได้เมื่อเจ้าของข้อมูลมีอิสระในการตัดสินใจจริง และมีเงื่อนไขมาก (ม.19) ถ้าขอ consent ทุกอย่าง จะเกิดปัญหาเมื่อผู้ป่วยถอน consent หรือขอลบข้อมูล จึงควรหาฐานอื่นก่อน
9. เงื่อนไขของ consent ที่ถูกต้องตาม ม.19 มีอะไรบ้าง
ขอก่อนหรือขณะเก็บ · ชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรืออิเล็กทรอนิกส์ · แจ้งวัตถุประสงค์ · แยกส่วนจากข้อความอื่น อ่านง่าย ไม่หลอกลวง · เป็นอิสระ ไม่ผูกเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นกับบริการ · ถอนได้ง่ายเท่ากับให้ และต้องแจ้งผลกระทบของการถอน · ถ้าไม่ครบ ไม่มีผลผูกพัน
10. ผู้เยาว์อายุ 9 ปี ใครเป็นผู้ให้ความยินยอม
ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ (ม.20(2) อายุไม่เกินสิบปี)
11. เมื่อเกิด data breach controller ต้องแจ้งใคร ภายในเวลาเท่าไร
แจ้ง สคส. โดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (ยกเว้นไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพ) ถ้ามีความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาด้วย (ม.37(4)) และ processor ต้องแจ้ง controller (ม.40(2))
12. หลักการใดบ้างที่ประกาศมาตรการ security ขั้นต่ำเน้น
Risk-Based Approach (มาตรการเชิงองค์กร เทคนิค กายภาพ), Defense in Depth, Need-to-Know & Least Privilege, user access management, user responsibilities, audit trails, privacy & security awareness
13. รพ. ต้องมี DPO หรือไม่ เพราะอะไร
โดยทั่วไปเข้าข่าย ม.41(3) เพราะกิจกรรมหลักคือการประมวลผลข้อมูลตาม ม.26 (ข้อมูลสุขภาพ) และหากเป็นหน่วยงานรัฐอาจเข้า ม.41(1) ด้วย
14. ผู้ป่วยขอลบเวชระเบียน รพ. ต้องลบเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป ม.33 มีข้อยกเว้นเช่น การเก็บเพื่อวัตถุประสงค์ตาม ม.26(5)(ก)(ข) สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรปฏิเสธทันทีโดยไม่ตรวจสอบข้อกฎหมาย (ดูข้อหารือ 18/2567)
15. ป.อาญา ม.323 กำหนดโทษเปิดเผยความลับผู้ป่วยไว้อย่างไร และใช้กับนักศึกษาหรือไม่
จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และใช้กับผู้รับการศึกษาอบรมในอาชีพดังกล่าวที่เปิดเผยความลับซึ่งล่วงรู้จากการศึกษาอบรมด้วย
16. ถ้าต้อง consult case ทาง LINE ควรทำอย่างไร
คุยส่วนตัวแทน group จำกัดคนเข้าถึง ปกปิดชื่อ/HN/เตียงถ้าไม่จำเป็น แต่ถ้าจำเป็นต่อการรักษาให้ระบุตัวตนเพื่อป้องกันความผิดพลาด ใช้อย่างปลอดภัย (password ดูแลอุปกรณ์ ไม่แชร์ต่อ) และทำตามนโยบายองค์กร